คุณชายสมถะแห่งอาณาจักรเฮียฮ้อ
เชษฐ เชษฐโชติศักดิ์ ลูกนายใหญ่ค่าย อาร์.เอส. หนุ่มขี้อายไม่ชอบโชว์ตัว กลัวถ่ายรูป ไม่พร้อมเป็นข่าว เผยรักชีวิตสันโดษ อ่านหนังสือ-เล่นดนตรี
น้อย มากถึงแทบไม่เคยเจอในงานข่าว ที่แหล่งข่าวไม่ยอมให้ถ่ายรูป ด้วยเหตุผลว่าไม่อยากเป็นที่สนใจ ไม่ชอบเอิกเกริก ไม่สบายใจที่จะถูกมุงถูกมองจากสาธารณะ เป็นอันว่าลืมไปได้เลยสำหรับ ‘คลิปวิดีโอ’ ที่ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ เคยเก็บมาฝากผู้อ่านอยู่เป็นประจำ แค่ภาพนิ่งยังไม่ยอมถ่าย ภาพเคลื่อนไหวก็ไม่ต้องพูดถึง
ถ้ารักสันโดษขนาดนี้ ด้วยการเป็นลูกชาย ‘เฮียฮ้อ’ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ บิ๊กบอส บมจ.อาร์เอส ‘เชท’ เชษฐ เชษฐโชติศักดิ์ ก็สามารถเลือกที่จะอยู่เงียบๆ ปฏิเสธการขอนัดสัมภาษณ์จากสื่อใดๆ แต่คงเป็นด้วยอีกสถานภาพของการเป็นศิลปิน สมาชิกวง THE PAPERS เจ้าของอัลบั้มเพลงภาษาอังกฤษล้วน ที่ตัวเขาเองทำหน้าที่ควบคุมการผลิตทุกขั้นตอน ซึ่งทำให้การพูดคุยกับนักข่าวกลายเป็นเรื่องจำเป็นขึ้นมา (บ้าง)
“ชอบทำเพลง ชอบการทำงานในสตูดิโอ แล้วก็อยากให้คนฟังงานของเรา แต่ไม่อยากโชว์ตัว” เชทบอกว่าเขาไม่อยากเป็นจุดเด่น ไม่ชอบถูกถ่ายรูป ไม่ชอบแม้แต่การปรากฏตัวผ่านสื่อ วิธีที่เขาใช้คือการส่งไฟล์ภาพที่เตรียมไว้แล้วให้กับพี่ๆ สื่อมวลชน แต่ไม่วายขัดใจเมื่อรูปถูกนำไปตีพิมพ์แบบใหญ่เต็มหน้ากระดาษ เขาจึงลดไซส์รูปให้สามารถเผยแพร่ในขนาดที่ไม่ใหญ่จนเกินไป ..อะไรจะขนาดนั้น
“ยังดีที่เพลงของ THE PAPERS ไม่ค่อยมีคนสนใจเยอะ ไม่ต้องโชว์ตัวมาก ขึ้นเวทีผมหลับตาร้องเพลง ..ก็เป็นธรรมดา ที่คนฟังจะดีมานด์ว่าใครเป็นคนร้อง แต่ผมอยากรักษาความเป็นตัวเองแบบนี้ ไม่อยากถูกระบบกลืน การพูดคุยแต่ละครั้ง เหมือนเป็นการพบกันครึ่งทางระหว่างตัวเองกับโลกที่อาศัยอยู่” อย่าเพิ่งงง ..เราจะพูดคุยเพื่อสำรวจมุมมองความคิดของทายาทยักษ์ใหญ่ค่ายดนตรี วัย 20 ปีคนนี้ต่อไป
แฟนตัวจริง ‘มูราคามิ’
เพราะออกจะเป็นคนเก็บตัว ไม่ค่อยเที่ยวเตร่เฮฮา แต่รักที่จะทำดนตรีและอยู่กับหนังสือ เมื่อถูกชวนคุยเรื่องการอ่าน ‘เชท’ จึงดูกระตือรือร้นขึ้นมาบ้าง
เขาเป็นแฟนตัวยงของนักเขียนคนดัง Haruki Murakami เล่มล่าสุดที่เพิ่งจบไปคือ The Wind-Up Bird Chronicle ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษที่แปลจากภาษาญี่ปุ่น
“อ่านนิยายของ ‘มูราคามิ’ หลายเรื่อง เป็นนักเขียนที่มีอิทธิพลกับเรา ผมเคยทำหนังสั้นกับเพื่อนตอนอยู่ออสเตรเลีย พอมาอ่านหนังสือบางเล่มของเขา เฮ้ย มันคล้ายกับสิ่งที่เราคิดและทำในหนังสั้นมาก เหมือนจูนคลื่นกันได้”
อีกเล่มที่เพิ่งอ่านจบและประทับใจคือ The Astrology of Fate ของ Liz Greene
“อ่านไม่รู้เรื่อง ยากมาก เครียด ปวดหัว (หัวเราะ) เป็นเรื่องเกี่ยวกับตำแหน่งของดวงดาวที่สัมพันธ์กับชีวิตของเรา และ Fate ก็เป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ อ่านจบแล้วรู้สึก เออ เจ๋ง แต่เดี๋ยวต้องอ่านอีกรอบ (หัวเราะ)”
‘เชท’ บอกว่าเขารักหนังสือแนวนวนิยาย เพราะสนุกกับจินตนาการแฟนตาซี แต่บางทีก็หันไปสนใจไอเดียทางธุรกิจอย่าง The Tipping Point: How Little Things Can Make a Big Difference ของ Malcolm Gladwell หรือ No Logo ของ Naomi Klein
การอ่านช่วยเปิดมุมมองของเขาให้กว้างไกล แต่ ‘เชท’ ยอมรับว่าจุดเริ่มต้นการอ่านของเขาก็เหมือนหลายคน คือเริ่มนับหนึ่งจากหนังสือการ์ตูน
“ตั้งแต่เด็กๆ คุณพ่อพาไปร้านหนังสือ ซื้อให้เยอะมาก เขาสนับสนุนเต็มที่ เพราะคิดว่าเด็กๆ ก็ต้องอ่านการ์ตูน เมื่อโตขึ้นก็จะอ่านหนังสืออื่นๆ เอง ..แต่ทุกวันนี้ผมก็ยังชอบอ่านการ์ตูน (หัวเราะ)”
‘เชท’ มองการ์ตูนเป็นวรรณกรรมประเภทหนึ่ง แต่ถ้าถามถึงจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาก้าวจากโลกการ์ตูนไปสู่ความรู้ใหม่ๆ ในหนังสือเล่มก็คือ Scar Tissue อัตตชีวประวัติของ Anthony Kiedis นักร้องนำวง Red Hot Chili Peppers ซึ่งถือเป็นเล่มแรกที่เขาตั้งใจอ่านจนจบ เพราะสนใจศิลปินรายนี้ และนั่นทำให้เขาค้นพบว่าพ็อกเก็ตบุ้คมีความน่าสนใจให้แง่มุมความคิดที่ลึก ซึ้งชวนหลงไหล
‘เชท’ เรียนจบชั้นประถมจากโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก่อนจะตัดสินใจไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลียด้วยเหตุผลว่าโรงเรียนสวย สิ่งแวดล้อมดี ‘เชท’ บอกว่าที่ออสเตรเลียก็พอๆ กับตอนเรียนเมืองไทย เขามีเพื่อนไม่มาก แต่เลือกคบแบบเน้นคุณภาพ
เขาตัดสินใจกลับมาเรียนมหาวิทยาลัยที่บ้านเกิด เพราะตั้งใจจะทำอัลบั้ม โดยเลือกเรียนในหลักสูตรภาษาอังกฤษ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ตอนนี้อยู่ชั้นปีที่ 2 ‘เชท’ ตั้งใจจะเรียนต่อปริญญาโท แต่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเรียนด้านไหน
‘เชท’ บอกว่าครอบครัวไม่เคี่ยวเข็ญลูกๆ ให้ต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ผู้เป็นพ่อไม่เคยแสดงความคาดหวังว่าลูกๆ ต้องเดินตามทางที่ปูไว้ เขาจึงมีทางเลือกมากมาย และเขาเป็นนักวางแผน ล่าสุด วางแผนในชีวิตจนถึงอายุ 28 ปี
“แต่แผนของผมเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้ตลอด เปลี่ยนอย่างมาก และเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว (หัวเราะ)”
ชีวิตอิสระในครอบครัว ‘เชษฐโชติศักดิ์’ จะมีอะไรดีไปกว่านี้