Jul 23

คุณชายสมถะแห่งอาณาจักรเฮียฮ้อ

เชษฐ เชษฐโชติศักดิ์ ลูกนายใหญ่ค่าย อาร์.เอส. หนุ่มขี้อายไม่ชอบโชว์ตัว กลัวถ่ายรูป ไม่พร้อมเป็นข่าว เผยรักชีวิตสันโดษ อ่านหนังสือ-เล่นดนตรี

น้อย มากถึงแทบไม่เคยเจอในงานข่าว ที่แหล่งข่าวไม่ยอมให้ถ่ายรูป ด้วยเหตุผลว่าไม่อยากเป็นที่สนใจ ไม่ชอบเอิกเกริก ไม่สบายใจที่จะถูกมุงถูกมองจากสาธารณะ เป็นอันว่าลืมไปได้เลยสำหรับ ‘คลิปวิดีโอ’ ที่ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ เคยเก็บมาฝากผู้อ่านอยู่เป็นประจำ แค่ภาพนิ่งยังไม่ยอมถ่าย ภาพเคลื่อนไหวก็ไม่ต้องพูดถึง

ถ้ารักสันโดษขนาดนี้ ด้วยการเป็นลูกชาย ‘เฮียฮ้อ’ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ บิ๊กบอส บมจ.อาร์เอส ‘เชท’ เชษฐ เชษฐโชติศักดิ์ ก็สามารถเลือกที่จะอยู่เงียบๆ ปฏิเสธการขอนัดสัมภาษณ์จากสื่อใดๆ แต่คงเป็นด้วยอีกสถานภาพของการเป็นศิลปิน สมาชิกวง THE PAPERS เจ้าของอัลบั้มเพลงภาษาอังกฤษล้วน ที่ตัวเขาเองทำหน้าที่ควบคุมการผลิตทุกขั้นตอน ซึ่งทำให้การพูดคุยกับนักข่าวกลายเป็นเรื่องจำเป็นขึ้นมา (บ้าง)

“ชอบทำเพลง ชอบการทำงานในสตูดิโอ แล้วก็อยากให้คนฟังงานของเรา แต่ไม่อยากโชว์ตัว” เชทบอกว่าเขาไม่อยากเป็นจุดเด่น ไม่ชอบถูกถ่ายรูป ไม่ชอบแม้แต่การปรากฏตัวผ่านสื่อ วิธีที่เขาใช้คือการส่งไฟล์ภาพที่เตรียมไว้แล้วให้กับพี่ๆ สื่อมวลชน แต่ไม่วายขัดใจเมื่อรูปถูกนำไปตีพิมพ์แบบใหญ่เต็มหน้ากระดาษ เขาจึงลดไซส์รูปให้สามารถเผยแพร่ในขนาดที่ไม่ใหญ่จนเกินไป ..อะไรจะขนาดนั้น

“ยังดีที่เพลงของ THE PAPERS ไม่ค่อยมีคนสนใจเยอะ ไม่ต้องโชว์ตัวมาก ขึ้นเวทีผมหลับตาร้องเพลง ..ก็เป็นธรรมดา ที่คนฟังจะดีมานด์ว่าใครเป็นคนร้อง แต่ผมอยากรักษาความเป็นตัวเองแบบนี้ ไม่อยากถูกระบบกลืน การพูดคุยแต่ละครั้ง เหมือนเป็นการพบกันครึ่งทางระหว่างตัวเองกับโลกที่อาศัยอยู่” อย่าเพิ่งงง ..เราจะพูดคุยเพื่อสำรวจมุมมองความคิดของทายาทยักษ์ใหญ่ค่ายดนตรี วัย 20 ปีคนนี้ต่อไป

แฟนตัวจริง ‘มูราคามิ’

เพราะออกจะเป็นคนเก็บตัว ไม่ค่อยเที่ยวเตร่เฮฮา แต่รักที่จะทำดนตรีและอยู่กับหนังสือ เมื่อถูกชวนคุยเรื่องการอ่าน ‘เชท’ จึงดูกระตือรือร้นขึ้นมาบ้าง

เขาเป็นแฟนตัวยงของนักเขียนคนดัง Haruki Murakami เล่มล่าสุดที่เพิ่งจบไปคือ The Wind-Up Bird Chronicle ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษที่แปลจากภาษาญี่ปุ่น

“อ่านนิยายของ ‘มูราคามิ’ หลายเรื่อง เป็นนักเขียนที่มีอิทธิพลกับเรา ผมเคยทำหนังสั้นกับเพื่อนตอนอยู่ออสเตรเลีย พอมาอ่านหนังสือบางเล่มของเขา เฮ้ย มันคล้ายกับสิ่งที่เราคิดและทำในหนังสั้นมาก เหมือนจูนคลื่นกันได้”

อีกเล่มที่เพิ่งอ่านจบและประทับใจคือ The Astrology of Fate ของ Liz Greene

“อ่านไม่รู้เรื่อง ยากมาก เครียด ปวดหัว (หัวเราะ) เป็นเรื่องเกี่ยวกับตำแหน่งของดวงดาวที่สัมพันธ์กับชีวิตของเรา และ Fate ก็เป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ อ่านจบแล้วรู้สึก เออ เจ๋ง แต่เดี๋ยวต้องอ่านอีกรอบ (หัวเราะ)”

‘เชท’ บอกว่าเขารักหนังสือแนวนวนิยาย เพราะสนุกกับจินตนาการแฟนตาซี แต่บางทีก็หันไปสนใจไอเดียทางธุรกิจอย่าง The Tipping Point: How Little Things Can Make a Big Difference ของ Malcolm Gladwell หรือ No Logo ของ Naomi Klein

การอ่านช่วยเปิดมุมมองของเขาให้กว้างไกล แต่ ‘เชท’ ยอมรับว่าจุดเริ่มต้นการอ่านของเขาก็เหมือนหลายคน คือเริ่มนับหนึ่งจากหนังสือการ์ตูน

“ตั้งแต่เด็กๆ คุณพ่อพาไปร้านหนังสือ ซื้อให้เยอะมาก เขาสนับสนุนเต็มที่ เพราะคิดว่าเด็กๆ ก็ต้องอ่านการ์ตูน เมื่อโตขึ้นก็จะอ่านหนังสืออื่นๆ เอง ..แต่ทุกวันนี้ผมก็ยังชอบอ่านการ์ตูน (หัวเราะ)”

‘เชท’ มองการ์ตูนเป็นวรรณกรรมประเภทหนึ่ง แต่ถ้าถามถึงจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาก้าวจากโลกการ์ตูนไปสู่ความรู้ใหม่ๆ ในหนังสือเล่มก็คือ Scar Tissue อัตตชีวประวัติของ Anthony Kiedis นักร้องนำวง Red Hot Chili Peppers ซึ่งถือเป็นเล่มแรกที่เขาตั้งใจอ่านจนจบ เพราะสนใจศิลปินรายนี้ และนั่นทำให้เขาค้นพบว่าพ็อกเก็ตบุ้คมีความน่าสนใจให้แง่มุมความคิดที่ลึก ซึ้งชวนหลงไหล

‘เชท’ เรียนจบชั้นประถมจากโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก่อนจะตัดสินใจไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลียด้วยเหตุผลว่าโรงเรียนสวย สิ่งแวดล้อมดี ‘เชท’ บอกว่าที่ออสเตรเลียก็พอๆ กับตอนเรียนเมืองไทย เขามีเพื่อนไม่มาก แต่เลือกคบแบบเน้นคุณภาพ

เขาตัดสินใจกลับมาเรียนมหาวิทยาลัยที่บ้านเกิด เพราะตั้งใจจะทำอัลบั้ม โดยเลือกเรียนในหลักสูตรภาษาอังกฤษ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ตอนนี้อยู่ชั้นปีที่ 2 ‘เชท’ ตั้งใจจะเรียนต่อปริญญาโท แต่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเรียนด้านไหน

‘เชท’ บอกว่าครอบครัวไม่เคี่ยวเข็ญลูกๆ ให้ต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ผู้เป็นพ่อไม่เคยแสดงความคาดหวังว่าลูกๆ ต้องเดินตามทางที่ปูไว้ เขาจึงมีทางเลือกมากมาย และเขาเป็นนักวางแผน ล่าสุด วางแผนในชีวิตจนถึงอายุ 28 ปี

“แต่แผนของผมเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้ตลอด เปลี่ยนอย่างมาก และเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว (หัวเราะ)”

ชีวิตอิสระในครอบครัว ‘เชษฐโชติศักดิ์’ จะมีอะไรดีไปกว่านี้

Jul 5

พลิกชีวิตเพียงข้ามคืนดังในพริบตา สำหรับหนุ่มจากที่ราบสูง สิงโต-สิงหรัตน์ จันทร์ภักดี ที่ตอนนี้ฮอตฮิตโดนใจคนไทยทั้งประเทศไปเต็มๆ แถมมีกลุ่มแฟนคลับถล่มทลาย แต่ก็ไม่วายโดนเปรียบเทียบกับเดอะสตาร์รุ่นพี่อย่าง รุจ-เดอะสตาร์ โดนเปรียบกันเข้าอย่างจัง เจอกระแสข่าวรุมเร้าอย่างนี้ เลยขอถือโอกาสฉกตัวหนุ่มเนื้อหอมคนนี้มาเปิดซิงคุยแบบหมดเปลือกครั้งแรกที่ นี่ที่เดียว

สิงโต

อายุแค่นี้ดังเร็วมากๆ ?
….จริงๆ ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ที่ให้โอกาส มองเห็นเด็กคนนึงครับ ที่ทำให้มีโอกากาสต่างๆ เข้ามามากมาย รวมถึงการเป็นพรีเซนเตอร์ได้ไปร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาด้วยครับ” กลัวคนอื่นหมั่นไส้มั้ย เพราะดังไวเหลือเกิน ? ”ถามว่ากลัวมั้ย จริงๆ แล้วผมไม่กลัวนะครับ ผมทำงานของผมครับ และทำในสิ่งที่ดีครับ ไม่กลัวคนหมั่นไส้หรอก (ยิ้ม)

ล่าสุด พี่รุจ-เดอะสตาร์ บอกว่ากลัว สิงโต ?
…..พี่ รุจ เหรอครับ จริงๆ กับ พี่รุจ ไม่มีอะไรเป็นพี่น้องกัน คุยกันเข้าใจครับ คุยกันง่ายมากครับเพราะเราคนสไตล์เดียวกัน เป็นคนขอนแก่นเหมือนกันด้วย ไม่มีอะไรหรอกนะครับ ผมคงไม่ไปดับคลื่นลูกเก่าเค้าหรอก เรามาทำงานของเราตามปกติ แล้วต้องเรียนด้วย คือมีโอกาสเข้ามาเราก็ต้องตั้งใจคว้าไว้เท่านั้นเองครับ

คนอาจจะมองว่า เขม่นกับรุจ ?
…..ผม ไม่แข่งกับพี่รุจครับ ผมคงแข่งไม่ได้ ผมยังเด็กอยู่มั้งครับ และพี่รุจเค้าก็เป็นพี่รุจครับ เค้าก็เก่งมาก ผมคงไม่ไปเทียบชั้น เค้าเป็นรุ่นพี่ในเดอะสตาร์เหมือนกัน ผมติดตามดูผลงานของพี่เขาอยู่ด้วย คุณแม่ก็ชื่นชอบเค้าเหมือนกันครับ

วงการบันเทิงมีสิ่งล่อใจเยอะ กลัวหลงใหลบ้างมั้ย ?
…..พยายามทำตัวเองให้ดี ดูว่าถ้าสิ่งไหนเราทำไปแล้วมันดีต่อตัวเองก็ทำไป แต่ถ้าสิ่งไหนทำแล้วมันไม่ดีต่อตัวเอง ก็อย่าไปทำมันเลย

แล้ววันนี้ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะ?
….ถาม ว่าเปลี่ยนมั้ย ก็เปลี่ยนนะครับ พอเข้ามาอยู่ตรงนี้แล้ว เราได้ทำอะไรหลายๆ อย่างมากขึ้น ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน และก็ได้ไปรู้จักพบปะผู้คนมากขึ้น มีสิ่งที่รับผิดชอบมากขึ้น อีกอย่าง คือเรา ต้องเรียนด้วย ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป

ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ในวงการ ?
…..จริงๆ มันต้องค่อยๆ ปรับไปครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องเรียน หรือเรื่องการวางตัวให้เข้ากับวงการบันเทิง ผมว่านะครับทุกอย่างต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด ต้องเรียนรู้อีกเยอะมากๆ ด้วยและผมว่า ผมจะพัฒนาไปอีกครับ

ดังขนาดนี้โรคจิตเข้ามาบ้างมั้ย ?
…..จริงๆ ไม่มีนะครับ ที่พบก็เป็นปกติกันทุกคน เข้ามาแบบเป็นปกติมากกว่า (ยิ้ม)

เป็นขวัญใจชาวสีม่วงไปแล้ว ?
…..รู้สึก ดีใจครับ ที่ได้เป็นขวัญใจพี่ๆ เค้าครับ ผมคิดว่าที่ผมได้มาเป็นเดอะสตาร์ก็อาจจะมีส่วนมาจากพี่ๆ เค้าด้วยเหมือนกันนะ ที่ร่วมโหวตร่วมเชียร์ ต้องขอขอบคุณพี่เค้าด้วยครับ

มีเพศที่ 3 เข้ามาจีบหรือเปล่า ?
……ถามว่ามีมั้ย ก็มีบ้าง แต่ว่าน่าจะเป็นแบบที่พี่เค้ามาพูดเล่นๆ หยอกๆ มากกว่า พี่เค้าเป็นคนชอบสนุกมากกว่า

มีเพศที่ 3 เข้ามาจีบแล้วทำยังไงล่ะ ?
……ทำตัวปกติครับ คุยกับพี่เค้าปกติ

โชว์คอนเสิร์ตบ่อยๆ โดนลวนลามบ้างหรือยัง ?
…..มีบ้างเล็กน้อย อย่างที่บอกครับ ขำๆ ไม่มีอะไรมากหรอกครับ (ยิ้ม) มีมากอดบ้าง มาหอมแก้มบ้างเล็กน้อยครับ

ป้องกันตัวเองยังไง ?
…..จริงๆ แล้วผมป้องกันตัวเองอยู่แล้ว โชคดีที่มีพี่ๆ ทีมงานคอยดูแลให้อีกที แล้วมีผู้จัดการคอยดูด้วย ทำให้ไม่มีเรื่องนี้เท่าไหร่นัก

สเป็คสาวๆ เป็นอย่างไรบ้าง ?
……ผมชอบผู้หญิงตาโตครับ น่ารักๆ หน่อย (ทำสีหน้าเขิน)

นิสัยต้องประมาณไหน ?…..เป็นคนที่ร่าเริง และเอาใจเก่งครับต้องอายุมากกว่ามั้ย ?…..ไม่เกี่ยวครับ (ยิ้ม)

Jun 7

ภาพ : ข่าวสด
ภาพ : ข่าวสด

นักศึกษาสาว ปี 1 อุเทนถวาย สุดทน เข้าร้องมูลนิธิปวีณาฯ ถูกรุ่นพี่รับน้องโหด บังคับให้กินกระดาษและพริกสดๆ ตลอดทั้งอาทิตย์ แถมให้รุ่นน้องพกอาวุธมาเรียน ปลูกฝังให้เกลียดเทคโนโลยีปทุมวัน เผยมีเพื่อนลาออกไปแล้วกว่า 20 คน เหตุทนรุ่นพี่ไม่ไหว

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 7 มิถุนายน ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แถลงข่าว กรณี น.ส.บุ ษ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย สาขาวิชาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม เข้าขอความช่วยเหลือ หลังถูกรุ่นพี่บังคับให้กินกระดาษในการรับน้อง พร้อมขู่ไม่ให้บอกอาจารย์ ไม่อย่างนั้นจะโดนหนักกว่าเดิม

น.ส.บุษกล่าวว่า ก่อนหน้านี้รู้สึกดีใจมากที่สามารถสอบเข้าสาขาวิชาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย และได้ไปเรียนวันแรกเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา หลังจากเปิดภาคเรียน ทุกเย็นรุ่นพี่จะพาน้องทุกคนมาเข้าร่วมกิจกรรมการรับน้อง โดยก่อนที่จะเข้าร่วมกิจกรรม ตนและเพื่อนๆ ต่างก็รู้สึกดีกับกิจกรรมดังกล่าว เพราะคิดว่าเป็นกิจกรรมที่สร้างความผูกพันระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้อง แต่พอเข้าร่วมกิจกรรมกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะตนและเพื่อนๆ ถูกรุ่นพี่บังคับให้กินกระดาษ ที่มีหมึกปากกาเขียนอยู่เต็มแผ่น โดยให้ฉีกแบ่งกันอมจนหมึกละลายแล้วให้กลืนลงไป

“เพื่อนบางคนเคยประสบอุบัติเหตุที่ศีรษะอย่างรุนแรง และได้แจ้งให้รุ่นพี่ทราบแล้ว แต่กลับถูกรุ่นพี่ทำโทษด้วยการตบที่ศีรษะอย่างแรงและหลายครั้ง ขณะที่เพื่อนบางคนก็ประสบอุบัติเหตุขาหัก ต้องดามเหล็กที่ขา ไม่สามารถทำกิจกรรมตามที่รุ่นพี่สั่งได้แต่ก็ถูกรุ่นพี่ลงโทษหนักกว่าเดิม อีก ตอนนี้มีเพื่อน 20 กว่าคน ทนไม่ได้ต้องลาออกไปทั้งที่เปิดเรียนได้เพียงอาทิตย์เดียวและได้จ่ายค่า เรียนไปแล้วกว่า 1 หมื่นบาท” น.ส.บุษกล่าว

น.ส.บุษกล่าวอีกว่า บางวันรุ่นพี่ทำโทษด้วยการให้กินพริกขี้หนูสด 1 ถ้วยเต็มๆ โดยห้ามกินน้ำเด็ดขาด ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา รุ่นพี่ได้สั่งให้รุ่นน้องทุกคนนำอาวุธพกติดตัวมาด้วย อีกทั้งยังปลูกฝังให้รุ่นน้องมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน โดยบอกว่า สถาบันเทคโนโลยีปทุมวันคือศัตรูของอุเทนถวาย ซึ่งตนเห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

“ตอนนี้รุ่นพี่ได้บอกรุ่นน้องทุกคนให้เตรียมตัวไปรับน้องที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ในช่วงสิ้นเดือนนี้ พร้อมกำชับห้ามไปบอกอาจารย์เด็ดขาด หากอาจารย์รู้รุ่นน้องทุกคนต้องรับโทษหนัก ทำให้ตนและเพื่อนรู้สึกกลัวมากและไม่อยากไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช มงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย อีกจึงตัดสินใจเข้าร้องทุกข์กับมูลนิธิปวีณา” น.ส.บุษกล่าว

นางปวีณากล่าวว่า จากนี้จะประสานไปยังกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งจะประสานไปยัง นายธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อขอโอนย้าย น.ส.บุษ ไปศึกษาต่อที่สถาบันบันฑิตพัฒนศิลป์ ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาขึ้นตรงต่อกระทรวงวัฒนธรรม ระหว่างนี้มูลนิธิได้รับ น.ส.บุษเข้ามาอยู่ที่บ้านพักของมูลนิธิเป็นการชั่วคราว

Jun 3

อนุบาลเด็กโข่ง ยกพลโชว์ความน่ารักรอบการกุศล

ก่อนจะได้ไปดูหนังสุดน่ารักแคลเซียมสูง อนุบาลเด็กโข่ง ที่จะเข้าฉายอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ ทาง สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล ร่วมกับ มูลนิธิอุปถัมภ์ภาพยนตร์ และโรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์ ก็ได้จัดกิจกรรมดีๆที่มีชื่อว่า “อนุบาลเด็กโข่ง…ส่งความรักให้โครงการ..หัวใจสีทอง” ซึ่งได้จัดงานไปเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ณ ลานอินฟินีชั้น 5 โรงภาพยนตร์พารากอนซีนีเพล็กซ์

งาน นี้ก็มีทีมนักแสดงนำทีมโดย “น้องโอม-นพฤทธิ์ สุริวงศ์” , “น้องเซพ-ด.ช เศรฐวุฒิ มนัสปิติสุข” , “น้องเจมส์-ด.ช ศกานต์ ชาวบ้านเกาะ” , “น้องออมทอง-ด.ช.ปรเมศร์ โทนสูงเนิน”, “น้องนีโม-ปุณณดา วอสเบียน” รวมไปถึงนางเอกสาวหน้าหวาน ยิปซี-คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์ และผู้กำกับ คุ้ย-ทวีวัฒน์ วันทา มาร่วมนำน้องๆ กว่าหนึ่งร้อยชีวิตที่อยู่ในโครงการ “หัวใจสีทอง” แข่งเกมส์สนุกๆ มากมาย เรียกได้ว่าลานที่จัดงานเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะจากเด็กๆ ที่มาร่วมกิจกรรม

ก่อนที่จะขึ้นไปโชว์ความน่ารักบนเวทีที่เรียกเสียงกรี๊ดจากบรรดาน้องหนู ที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง นอกจากเหล่านักแสดงยังได้โชว์การเต้นแบบน่ารักๆ ให้แขกที่มาร่วมงานได้หัวเราะเปื้อนยิ้มกันถ้วนหน้า ก่อนที่รองประธานบริหารบริษัท สหมงคลฟิล์มอินเตอร์เนชั่นแนล คุณเตือนใจ เตชะรัตนประเสิรฐ จะมอบเงินรายได้จากการขายบัตรรอบการกุศลทั้งหมด มอบให้ จันทร์หอม ชูณะวัฒน์ ประธานมูลนิธิอุปถัมภ์ภาพยนตร์ เพื่อนำไปสานต่อโครงการดีๆให้แก่เด็กและสังคมต่อไป เรียกว่างานนี้ได้ทั้งอิ่มบุญอิ่มใจกันไปถ้วนหน้า

May 28

Wonder Girls กับงานแฟนมีทติ้ง ที่เตรียมจัดขึ้นที่สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 29 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ จากการเปิดเผยของเว็บไซต์บันเทิง Allkpop.com เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2552 กล่าวว่า ….สำหรับงานแฟนมีทติ้งในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ หนึ่งในสมาชิกของวงซึ่งทางบ้านของเธอมีปัญหา ส่งผลให้งานแฟนมีทติ้งต้องเลื่อนออกไปก่อน
ซอนมิ (Wonder Girls)
ล่าสุด ต้นสังกัดได้ออกมาให้รายละเอียดจากกรณีนี้ โดยหนึ่งในสมาชิกคนนั้นคือ ซอนมิ (Sun Mi) นั่นเอง โดยซอนมิได้เดินทางกลับมายังประเทศเกาหลีโดยตัวคนเดียว ส่งผลให้งานแฟนมีทติ้งในสหรัฐอเมริกาที่จะมีขึ้นในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ ต้องถูกเลิกไปก่อน

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซอนมิ เดินทางกลับมายังประเทศเกาหลีโดยตัวคนเดียว ซึ่งในเวลานี้เธอก็ได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวของเธอ ทางด้านต้นสังกัด JYP Entertainment เปิดเผยว่า ….เป็นเหตุผลส่วนตัวของเธอครับเธอจึงเดินทางกลับมาคนเดียว โดยปัญหานั้นเป็นปัญหาเกี่ยวกับครอบครัวของเธอ ซึ่งก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนะครับ ส่วนเรื่องงานแฟนมีทติ้งก็คงต้องเลื่อนออกไปอีกนิดครับ แต่แผนการเดบิวของ Wonder Girls ก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงครับ

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา Wonder Girls ได้เดินทางไปยังสหรัฐอเมริกา และล่าสุดพวกเธอเปิดเผยว่าได้บันทึกเสียงเพลง ‘Nobody‘ เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางด้านต้นสังกัดเผย …..ไม่ว่าจะเป็นซิงเกิ้ล หรืออัลบั้มเต็มเรายังไม่ได้ตัดสินใจครับ ตอนนี้เรากำลังวางแผนการเปิดตัวของพวกเธออยู่ครับ อนึ่ง Wonder Girls เพิ่งจะให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว NY1 เกี่ยวกับเรื่องราวทั่วไปรวมถึงแผนการณ์ในอนาคตอีกด้วย
ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก

May 25

หมดเวลาหรรษาช่วงปิดเทอม สู่ความเริงร่ารับสิ่งใหม่ในวันเปิดเทอม เจาะเทรนด์เด็ดแบรนด์แฟชั่นดัง เปรี้ยวซ่าสุดๆ สำหรับคนวัยมันส์

แฟชั่น, อินเทรนด์, การแต่งกาย, วัยรุ่น, วัยทีน

เปิด เทอมแล้ว หมดเวลาฮาเฮสนุกไปวันๆ อย่างตอนปิดเทอมเมื่อหลายเดือนก่อน …แต่ถึงแม้จะหมดช่วงหรรษา แต่คนวัยนี้สนุกสนาน เป็นวัยร่าเริงเต็มไปด้วยพลัง พร้อมรับสิ่งใหม่ๆ ทั้งการเรียน การกีฬา และแฟชั่น

คนยุคที่ต้องวิ่งให้ตามแฟชั่น อยากไล่กวดกันจริงๆ ปลายเดือนนี้เตรียมตัวให้พร้อม เพราะที่ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ จะจัดงาน Energetic Siam Fashion Show 2009 พาเหรดเสื้อผ้าเทรนด์ล่าสุด แนวสปอร์ตแฟชั่นจากเสื้อผ้าแบรนด์ดัง ขนนางแบบ-นายแบบชื่อดัง พร้อมเซเลบริตี้หน้าใสวัยทีนกว่า 50 ชีวิต รับเชิญเป็นนางแบบ-นายแบบกิตติมศักดิ์ มาอวดโฉมเสื้อผ้าแนวสปอร์ตตี้ที่หนุ่มสาววัยทีนชื่นชอบ ให้ชมพร้อมจุดประกายสไตล์แฟชั่นที่ตัวเองชอบ จะนำมามิกซ์ แอนด์ แมทช์ ตามแบบแฟชั่นยุคใหม่ก็ได้

งานนี้ สยามเซ็นเตอร์ ร่วมมือกับ สยามดิสคัฟเวอรี่ จับมือกับห้องเสื้อ 11 แบรนด์ดัง ได้แก่ Adidas SLVR Label อวดคอลเลคชั่นใหม่ในคอนเซปต์ Simply Perfect ที่เน้นความเรียบง่ายแต่เท่ สปอร์ตแบรนด์ดังระดับโลกนี้ทั้งคนวัยทีน หรือวัยเลยทีนไปหลายปีรู้จักกันดี ตามด้วย Castro ที่เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่สไตล์ชาวกรุงเรียกว่า City-Love-Style เสื้อผ้าแนวกีฬาอีกแบรนด์ Puma ก็จับวิถีคนเมืองออกเป็นเสื้อผ้าสวมสบาย เฉดสีสดใส แบรนด์ Izzue นำเสนอเฉดสีใหม่รับซัมเมอร์ ในชุด Rock Laborer และ Easy Elegance ดีไซน์เฉพาะหนุ่มๆ

ส่วนสาวๆ มีคอลเลคชั่น Ecstasy of Riviera และ Poetic Presence ที่ สวมใส่แล้วมั่นใจ ดูเหมือนไปเดินเล่นแถวชายหาดริเวียร่า… ส่วน Quicksilver มีเสื้อผ้าสไตล์บีชแวร์สุดฮ็อต รับลมร้อน แบรนด์ Roxy อวดชุดว่ายน้ำ บิกินี กับเสื้อลายพิมพ์ Roxy Heart เสื้อผ้าสไตล์เดียวกันในชื่อแบรนด์ Ripcurl จากออสเตรเลีย นี่ก็ออกแนวชายหาด มีเสื้อผ้าเอาใจคนรักกีฬาเซิร์ฟโดยเฉพาะ

คนชอบยีนส์ Levi’s ได้ฤกษ์เปิดตัวยีนส์รุ่นใหม่ได้แก่ Levi’s 501 Live Unbuttoned และ Levi’s Red Tab A และ แบรนด์ 5cm เข็นเสื้อผ้าเทรนด์ล่าสุดชุด I’m the one about time เปรี้ยวสะเด็ดท้าให้ดู ยังมีรองเท้ายี่ห้อ GOEX ที่กำลังออกคอลเลคชั่นใหม่สปริง/ซัมเมอร์ 2009 และนาฬิกาแบรนด์ขวัญใจวัยทีน G-Shock & Baby G ที่ไม่ตกรุ่นเพราะเป็นโมเดลล่าสุด นำออกอวดบนรันเวย์นี้ก่อนใคร

วันดีของวัยทีนที่ไม่ควรพลาด งาน Energetic Siam Fashion Show 2009 ตรงกับวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2552 เริ่มเขย่าแคทวอล์ค เวลา 14.30 น. และสนุกสนานต่อเนื่องให้แดนซ์กระจาย ปลดปล่อยพลังของคนทีนกับการแสดงของวง B-Boy, DJ Spin และ Dance Battle ในวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2552 ตลอดทั้งวัน ที่ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ สอบถามโทร.02-658-1000 ต่อ 400, 500