Oct 13

สนใจ ทัวร์ต่างประเทศ เชิญได้ที่ etravelway

ในบรรดาแหล่ง ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงทั้งหลาย “บาหลี” เป็นอีกเป้าหมายหนึ่งที่คนหนุ่มสาวทั่วโลกใฝ่ฝันจะไปสัมผัสให้ได้สักครั้งใน ชีวิต Rose มาลี ก็เคยฝันแบบนั้น และหาโอกาสไปเที่ยวมาแล้วจนได้

ความ มีเสน่ห์ของบาหลีไม่ใช่แค่สภาพภูมิศาสตร์ของเกาะ และธรรมชาติอันสวยสดงดงามอย่างเดียว แต่ยังอยู่ที่วิถีการดำเนินชีวิตของชาวบ้านที่ปฏิบัติสืบทอดกันมายาวนาน จากอดีตสู่ปัจจุบันนับพันปี และไม่ว่าโลกภายนอกจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน หรือนักท่องเที่ยวจะหลั่งไหลเข้ามาถล่มทลายอย่างไร ความเชื่อในศาสนา วัฒนธรรม ประเพณีของชาวบาหลีก็ยังมั่นคงไม่เสื่อมคลาย

บาหลีเป็นชุมชนวัฒนธรรมฮินดูที่เข้มแข็งที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ในประเทศที่มีประชากรเป็นมุสลิมส่วนใหญ่(ชาวอินโดนีเซีย 95 % นับถือศาสนาอิสลาม) เพราะชาวบาหลีมีรากฐานทางวัฒนธรรมของตัวเองอย่างต่อเนื่อง และยาวนาน ทำให้สามารถสร้างสรรค์รูปแบบประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองจนกระฉ่อนไกล ไปทั่วโลก เช่น รีสอร์ต สปา หรือสถาปัตยกรรมที่มีลักษณะเฉพาะตัวของบาหลีอย่างชัดเจน

นอกจากนั้น พิธีกรรมต่างๆ ทางศาสนา และการยึดมั่นทำบุญไหว้พระเป็นประจำสม่ำเสมอ ได้สะท้อนให้เห็นศรัทธาที่แน่วแน่ มั่นคงต่อเทพเจ้าฮินดูของชาวบาหลี โดยชาวบ้านที่นี่เชื่อว่าธรรมชาติมีพลัง ดัง นั้น ผู้คนจึงเชื่อในจิตวิญญาณ ภูตผี ปิศาจและนับถือดวงวิญญาณของบรรพบุรุษที่สิงสถิตอยู่ตามบ้านเรือน และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย

จึง ไม่แปลกที่เกาะแห่งนี้มีวัดเล็กวัดน้อยกระจัดกระจายอยู่กว่า 1 พันวัด และเรามักจะได้เห็นกระทงใบตองบรรจุดอกไม้ ธูปเทียน วางไว้ตามหน้าบ้าน ตามถนนหนทางรอบๆ เกาะ เช่นเดียวกับผู้คนแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าพื้นเมืองสีสันสวยงาม เข้าวัดเช้าเย็นเป็นปกติ และหากโชคดีนักท่องเที่ยวก็อาจจะได้เห็นขบวนหญิงสาวแห่เครื่องสังเวยเซ่น ไหว้ ซึ่งเป็นพานผลไม้ที่ซ้อนสูงกันขึ้นเป็นกรวยหลายชั้นเทินไว้บนศรีษะ เดินเรียงแถวกันไปร่วมงานเทศกาลต่างๆ ที่วัดซึ่งมักเป็นพิธีกรรมที่จัดอย่างยิ่งใหญ

ด้วยเหตุนี้ บาหลีจึงได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวฮันนีมูนที่มีเสน่ห์ที่สุดแห่ง หนึ่งในโลก คู่บ่าวสาวหลายคู่เลือกที่นี่เป็นที่ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กัน ด้วยความหลงใหลในเอกลักษณ์เฉพาะตัวของศิลปวัฒนธรรมบาหลี และความงดงามของภูมิประเทศ ซึ่งยังมีความอุดมสมบูรณ์ มีแนวภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่ทางตอนกลางเกาะ มีชายหาดทอดยาวไปตามชายฝั่งให้เลือกทั้งแบบที่สงบเงียบและที่ครึกครื้น มีสีสันมีชีวิตชีวาเต็มเปี่ยม

พื้นที่ส่วนใหญ่ของบาหลีเป็นภูเขาสูง โดยเฉพาะพื้นที่ทางตอนเหนือของเกาะ เป็นแนวภูเขาไฟที่ยังมี “ภูเขากูนุงอากุง” คุกรุ่นอยู่ โดยยอดเขานี้เป็นยอดสูงสุดของเกาะ (3,142 เมตร) พื้นที่ราบของเกาะอยู่ทางตอนใต้ ขณะที่ภาคกลางได้อานิสงส์จากลาวาภูเขาไฟที่เคยระเบิดมาแล้ว จึงมีความอุดมสมบูรณ์กว่าแหล่งอื่น ตามไหล่เขามีการทำนาแบบขั้นบันไดอยู่ทั่วไป โดยบริเวณที่มีชื่อเสียงที่สุดคือเมือง “อูบุด” ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งบนเกาะ

การ เพาะปลูกและทำนาแบบขั้นบันไดเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของเกาะบาหลี แค่นั่งรถชมวิวนาขั้นบันไดที่มีสีสันแตกต่างกันไปตามฤดูกาลไปทั่วเกาะ ก็คุ้มค่าแล้วค่ะ และถ้าใครชื่นชอบสะสมงานศิลปะหัตถกรรม จำพวกผ้าทอพื้นเมือง ผ้าบาติก และการแกะสลักไม้ ซึ่งมีความละเอียดปราณีตสวยงาม ก็สามารถเลือกซื้อเลือกชมกันได้อย่างจุใจในราคาไม่แพง

แต่ ขอบอกก่อนว่าถ้ามาช็อปปิ้งที่นี่จะต้อง “ทำใจ” ในเรื่องการรู้จักต่อรองราคาให้มาก ไม่เช่นนั้นมีโอกาสโดนพ่อค้าแม่ค้าโก่งราคาเอาได้

สำหรับ อูบุด (Ubud) นอกจากจะเป็นหมู่บ้านที่สวยงามด้วยวิวทิวทัศน์แล้ว ยังได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งศิลปวัฒนธรรมของเกาะ หากใครเดินทางไปบาหลีแล้วไม่ได้แวะเที่ยวอูบุด แสดงว่ายังไปไม่ถึงบาหลีจริง

อูบุด ตั้งอยู่ตอนกลางของเกาะ เป็นหัวใจของการท่องเที่ยวบาหลี มีทั้งรีสอร์ตหหรูหราไปจนถึงเกสต์เฮาส์และโฮมสเตย์ราคาคืนละไม่กี่เหรียญ แล้วแต่ความสะดวกและรสนิยมในการท่องเที่ยวของแต่ละคน ที่นี่คือแหล่งรวมงานศิลปะทุกประเภท ตั้งแต่โบราณสถาน วัดวาอาราม ศูนย์หัตถกรรม การแสดง มีร้านขายของพื้นเมืองอยู่เต็มไปหมด รีสอร์ตเล็กๆ หลายแห่งนิยมสร้างอยู่ตามนาขั้นบันได ร่มครึ้มเขียวขจีตลอดทั้งปี

ร้านอาหารพื้นเมืองแถวอูบุด ราคาชาวบ้านที่ดังมากๆ ชื่อ Dirty Duck มีอาหารที่คนไทยกินได้อร่อยหลายอย่าง ถ้าใครชอบอาหารจำพวกแกงมัสหมั่น หมูสะเต๊ะ หรือสลัดแขก รับรองไม่ผิดหวังค่ะ และรอบๆ หมู่บ้านอูบุดนี้มีบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของชาวบ้านอยู่ หลายแห่ง ซึ่งชาวบาหลีจะนิยมไปอาบน้ำชำระร่างกายเป็นประจำ แต่อย่าเผลอไปถ่ายรูปเข้านะคะ เดี๋ยวเป็นเรื่อง

การ เข้าไปเที่ยววัดในบาหลี ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะต้องเสียค่าเข้าชม (ประมาณคนละ 1,000-1,500 รูเปียห์) และมีกฎกติกามารยาทที่ต้องปฏิบัติตามธรรมเนียมของคนท้องถิ่น คือผู้หญิงต้องนุ่งโสร่งกรอมเท้า ผู้ชายต้องสวมกางเกงขายาวและมีผ้าคาดเอว แต่ถ้าใครไม่ได้เตรียมผ้าไว้คนเฝ้าวัดจะมีให้ยืม ใครใส่กางเกงขาสั้นหรือกระโปรงสั้นห้ามเข้าวัด

นอก จากนั้น ยังห้ามไม่ให้ผู้หญิงที่มีประจำเดือนเข้าวัดเป็นอันขาด เพราะชาวบาหลีเชื่อกันว่าพื้นดินภายในบริเวณวัดมีความศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ผู้หญิงที่มีประจำเดือนมาเหยียบย่ำ

วัดในศาสนาฮินดูส่วนใหญ่มีลักษณะคล้ายๆ กัน คือ สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้า ภายในวัดแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ สวรรค์ โลกมนุษย์ และบริเวณของภูตผีปิศาจ โดยซุ้มประตูทุกแห่งจะมีเอกลักษณ์ของศิลปะบาหลี มีนายทวารบาลนั่งเฝ้าสองข้าง บางทีก็เป็นยักษ์ เทพอสูร หรือครุฑ ในบริเวณวิหารภายในจะมีรูปสลักเทพเจ้าต่างๆ ที่ชาวฮินดูนับถือ เช่น พระศิวะ พระพรหม พระนารายณ์ พระพิฆเณศ เป็นต้น

วัดสำคัญที่ถือว่าเป็น “Mother Temple” ของชาวบาหลี ซึ่งนักท่องเที่ยวจะต้องไปให้ถึงก็คือ วัดเบซากิ(Pura Besaki) ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางขุนเขา มีทางขึ้นสูงลิ่วคล้ายๆ กับบันไดหินของปราสาทเขาพนมรุ้งในบ้านเรา  ระยะทางเดินขึ้นวัดประมาณ 800 เมตรลาดชันไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ บริเวณปากทางมีด่านเก็บเงิน โดยจะคิดค่ากล้องถ่ายรูปและวิดีโอด้วย

ใน วัดเบซากินี้จะมีวัดเล็กวัดน้อยหลายวัดซ้อนรวมกันอยู่เป็นชั้นๆ เพื่อแบ่งใช้กันตามวรรณะที่แตกต่างกัน โดยส่วนบนสุดมีพื้นที่ใหญ่โตโอ่โถงกว่าที่อื่นใช้ประกอบพิธีทางศาสนา สำหรับชนชั้นวรรณะสูง และห้ามมิให้บุคคลที่ไม่ใช่ฮินดูเข้าไปภายใน

ระหว่างทางขึ้นชมวัดแห่งนี้จะมีร้านขายของที่ระลึกเรียงรายแออัดตามสองข้าง ทาง เต็มไปหมด ขอแนะนำว่าให้ขึ้นไปชมวัดก่อนจึงค่อยลงมาซื้อของจะสนุกกว่า โดยเฉพาะท่านที่เดินทางไปหับกรุ๊ปทัวร์ซึ่งมักจะมีเวลาไม่มากนัก

อีกวัดหนึ่งที่เป็นสุดยอดนิยมของนักท่องเที่ยวในการไปถ่ายรูป ชมวิว โดยเฉพาะการซึมซาบบรรยากาศพระอาทิตย์อัศดงยามเย็น คือ วัดทานาห์ลอต (Tanahlot) ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลตะวันตกของเกาะ เป็นวัดที่สร้างขึ้นบนโขดหินคล้ายเกาะเล็กๆ เวลาน้ำขึ้น น้ำทะเลจะท่วมรอบเกาะมองดูเหมือนวัดลอยน้ำอยู่ ถือเป็นวัดริมทะเล 1 ใน 5 แห่งของเกาะบาหลีที่มีภูมิทัศน์สวยงามที่สุดจึงมีนักท่องเที่ยวแห่กันมาชม จำนวนมหาศาลในแต่ละวัน



สำหรับผู้ที่หลงไหลกลิ่นไอทะเล หาดทราย สายลม แสงแดด บาหลีก็มีชายหาดที่สวยงามมีชื่อเสียงหลายแห่ง ที่โด่งดังมากๆ เทียบชั้นชายหาดพัทยาของบ้านเราก็คือ หาดกูตา ซึ่งอยู่ห่างจากสนามบินเพียง 2-3 กิโลเมตร ดังนั้น นักท่องเที่ยวที่เลือกจะพักผ่อนในบรรยากาศชายทะเลก็สามารถหาที่พักแถวนี้ ได้เลยโดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางเข้าไปถึงเมืองหลวง
“เดนปาซาร์”

จุดเด่นของกูตาคือหาดทรายยาวเหยียดถึง 8 กิโลเมตร เป็นศูนย์รวมความบันเทิงทุกสิ่งในบาหลี  มีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้สนุกมากมาย โดยเฉพาะกีฬาชายหาด จำพวกวินด์เซิร์ฟ และการเล่นกระดานโต้คลื่น

คลื่นที่นี่มีความแรงหลายระดับ เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มหัดเล่น โดยสามารถหาเช่าอุปกรณ์ได้สะดวก แต่ชายหากกูตามักมีคนพลุกพล่าน อาจจะน่ารำคาญสำหรับคนที่ไม่ชอบความอึกทึกครึกโครมเพราะมักจะมีพ่อค้าแม่ ขายเดินเร่ขายของ เพนต์เล็บ แท็ตทู นวดตัว ฯลฯ ดังนั้นใครชอบความสงบขอแนะนำให้ไปชายทะเลแถวลอมบ็อกค่ะ

เดือน ที่มีอากาศเย็นสบายของบาหลีคือเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม จากนั้นก็เข้าสู่ฤดูฝนตั้งแต่เดือนตุลาคม – มีนาคม ช่วงที่ฝนตกหนักที่สุดคือเดือนธันวาคม และมกราคม จะไปเที่ยวก็วางแผนให้รอบคอบ

Oct 9
ย่านลาส แรมบลาส เมืองบาร์เซโลนา

เผย 10 รายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งมีคดีล้วงกระเป๋าชุกชุมที่สุด (มติชนออนไลน์)

คู่ รักจำนวนมากอาจจะคุ้นเคยกับคำกล่าวที่ว่า “ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์” เป็นอย่างดี แต่สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปทั่วโลกแล้ว พวกเขาย่อมรู้ซึ้งถึงสัจธรรมที่ว่า “ที่ใดมีนักท่องเที่ยว ที่นั่นมีนักล้วงกระเป๋า” เช่นกัน เว็บไซต์ท่องเที่ยวชื่อดังของต่างประเทศ ได้จัด อันดับสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งขึ้นชื่อลือชาเรื่องการเกิดคดีล้วงกระเป๋านัก ท่องเที่ยวมากที่สุด จำนวน 10 แห่ง โดยส่วนใหญ่เป็นเมืองในทวีปยุโรป ได้แก่…

กรุงโรม ประเทศอิตาลี

1. ย่านลาส แรมบลาส เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน

ถนนคนเดินที่มีชีวิตชีวา ซึ่งเต็มไปด้วยเสียงเพลงและผู้คนอยู่ตลอดวันตลอดคืนแห่งนี้ ถือเป็นสวรรค์สำหรับบรรดานักล้วงกระเป๋าตัวยง

2. กรุงโรม ประเทศอิตาลี

แม้โบราณสถานจำนวนมากของนครหลวงแห่งอิตาลี จะถือเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่มีความสนใจทางด้าน ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ทว่ามันก็เป็นแหล่งดึงดูดเหล่านักล้วงกระเป๋า ผู้เชี่ยวชาญช่ำชองในการใช้กรรไกรตัดกระเป๋าและลักทรัพย์ของนักท่องเที่ยว นานาชาติเช่นกัน

กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ค

3. กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ค

“สะพานชาร์ลส์” ของนครหลวงแห่งสาธารณรัฐเช็ค ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันงดงาม เนื่องมาจากอนุสาวรีย์สไตล์บาโร้คซึ่งตั้งเรียงรายอยู่กว่า 30 แห่ง นอกจากนี้ทำเลที่ตั้งของสะพานก็ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทัศนียภาพ ของแม่น้ำกว้างและปราสาทโบราณได้อย่างถนัดตา ทว่านักท่องเที่ยวทั้งหลายก็ต้องระมัดระวังเช่นกันว่าทรัพย์สินมีค่าส่วน ตัวยังคงอยู่กับตนเองภายหลังเดินลงมาจากสะพานดังกล่าว

4. กรุงมาดริด ประเทศสเปน

ตลาดขายสินค้ามือสองชื่อดัง “เอล ราสโตร” และสถานีรถไฟใต้ดิน ถือเป็นแหล่งหากินของนักล้วงกระเป๋ามือฉมัง เช่นเดียวกันกับพิพิธภัณฑ์จำนวนมากในเมืองหลวงของสเปน

5. กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

นครหลวงแห่งแสงสี ซึ่งนักท่องเที่ยวอันล้นหลามสามารถถูกล้วงกระเป๋าได้ตั้งแต่ย่าน “หอไอฟ์เฟล” ไปจนถึง “โบสถ์ซาเคร เกอร์” รวมทั้งตามสถานีรถไฟใต้ดินต่าง ๆ

6. เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี

นักท่องเที่ยวนานาชาติไม่ควรตื่นตาตื่นใจกับงานศิลปะขึ้นชื่อฝีมือ “มิเคลันเจโล” รวมทั้งงานศิลปะและโบราณวัตถุล้ำค่าชิ้นอื่น ๆ ในนครหลวงของวงการศิลปะแห่งนี้ จนกระทั่งลืมเลือนที่จะระวังตัวจากบรรดานักล้วงกระเป๋าเชื้อสายอิตาเลียน

กรุงบัวเอโนส ไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา

7. กรุงบัวเอโนส ไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา

เมืองที่มีชีวิตชีวาและสีสันทางวัฒนธรรมมากที่สุดแห่งหนึ่งจากทวีปอเมริกา ใต้ อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวทั้งหลายก็ควรระวังตัวยามร่างกายของคุณแปดเปื้อนกับของเหลว บางชนิดที่คล้ายคลึงกับมัสตาร์ด แล้วมีผู้คนใจดีพยายามมาช่วยเช็ดรอยเปื้อนดังกล่าว เพราะทรัพย์สินส่วนตัวของคุณอาจปลาสนาการไปได้โดยไม่ทันรู้ตัว

8. กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์

นอกจากแม่น้ำลำคลองอันโด่งดังและผู้คนที่มีอัธยาศัยเป็นมิตรแล้ว เมืองหลวงของฮอลแลนด์ก็ยังมีนักล้วงกระเป๋าที่ขึ้นชื่ออีกด้วย

9. กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ

เมื่อเดินทางไปเที่ยวชมโบราณสถานยุคกรีกจำนวนมากมายในดินแดนต้นกำเนิดกีฬา โอลิมปิก นักท่องเที่ยวควรเก็บรักษาของมีค่าไว้กับตัวเองอยู่ตลอดเวลา

กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม

10. กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม

เมืองหลวงของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมยุคอาณานิคมแบบฝรั่งเศส รวมทั้งวัดและเจดีย์โบราณทางพุทธศาสนาอีกกว่า 600 แห่ง ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันงดงามและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกแห่งหนึ่ง สำหรับนักท่องเที่ยวนานาชาติ อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ต้องระมัดระวังตัวจากการถูกล้วงกระเป๋าอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน

สนใจ ทัวร์ต่างประเทศ เชิญได้ที่ etravelway

Oct 8

Gold Treatment คืออะไร
เป็นศาสตร์ความงาม ซึ่งเป็นศาสตร์ยุคกรีกโบราณผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อความงามที่สมบูรณ์แบบค่ะ

ส่วนผสมที่อยู่ใน Gold Treatment มีอะไรบ้าง
มี หลายตัว ตั้งแต่ AHA ซึ่งจะมี 2 ชนิด ก็จะมี Glycolic Acid ซึ่งได้จากอ้อย และก็จะมีตัวที่สองคือ Lactic Acid ได้จากนมเปรี้ยว ซึ่งคุณสมบัติของ AHA ก็จะช่วยผลัดเซลล์ผิว ทำให้ผิวขาวขึ้น ลด สิว เสี้ยน ลดริ้วรอยแห่งวัยได้ด้วย และก็จะมีน้ำผึ้งป่า ซึ่งจะมีสารกลูโคโนแลคโตน ตัวนี้จะออกฤทธิ์คล้าย AHA แต่จะลดการระคายเคืองได้มากกว่า และก็จะอุดมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนท์ แร่ธาตุ วิตามิน และกรดอะมิโนหลายชนิด ซึ่งพวกนี้ก็จะช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นขึ้น ส่วนผสมตัวที่ 3 ก็จะเป็นสารสกัดจากต้นตะบองเพชร ตัวนี้จะช่วยให้ความชุ่มชื้นล้ำลึกยาวนานขึ้น ช่วยลดการระคายเคือง ทำให้ผิวหน้ากระชับขึ้น นอกจากนี้ก็จะมี hyarulonic ทำให้ความชุ่มชื้นมากขึ้น และก็จะมีตัวคาโอลินจะช่วยดูดซับความมันและสิ่งสกปรกบนผิวหน้าได้มากขึ้น ตัวสุดท้ายก็คือผงทอง ตัวนี้จะช่วยให้ผิวหน้ากระชับอ่อนเยาว์ขึ้น

ใครที่เหมาะจะทำ Gold Treatment บ้าง
จริง ๆ แล้ว treatment นี้จะเหมาะกับทุกสภาพผิวเลย แต่ในรายที่ผิวแพ้ง่ายและแห้งมากก็อาจจะต้องให้หมอดูเป็นกรณีไป

ถ้าเป็นสิวอยู่ทำได้มั้ย
ก็ ยังต้องดูเป็นแต่ละกรณีไป ถ้าในรายที่สิวอักเสบเยอะ ๆ ตัวนี้อาจจะงดไว้ก่อน หมออาจจะต้องรักษาในเรื่องของสิวอักเสบก่อน แต่ถ้าเป็นสิวเสี้ยน สิวอุดตัน ผิวมันมาก ๆ ตัว Gold treatment นี่ค่อนข้างเหมาะ เพราะจะช่วยลดสิวเสี้ยน ลดความมันบนผิวหน้า และถ้าเราทำต่อไปอย่างสม่ำเสมอ พวกสิวก็จะลดน้อยลง รอยก็จะจางลง ผิวจะขาวใสขึ้น

ขั้นตอนในการทำ
ขั้นตอนในการทำ ก็ไม่ยุ่งยากเลย เจ้าหน้าที่จะทำความสะอาดผิวหน้าก่อน แล้วก็จะลงตัว Gold Treatment ระยะเวลาในการทำก็จะอยู่ที่ประมาณ 15-30 นาที สามารถทำได้ในช่วงเวลาพักเที่ยง เมื่อทำเสร็จแล้วสามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ

ผลข้างเคียงมีหรือไม่
ส่วน ใหญ่ที่ทำมาก็ยังไม่พบผลข้างเคียงใด ๆ และยิ่งในรายของคนไข้ที่ผิวมันมาก ๆ ทำต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ผิวก็จะนุ่มขึ้น และความมันบนใบหน้าลดลง

แล้วต้องหลีกเลี่ยงแดดหรือเปล่า เพราะเห็นมีพวก AHA
เปอร์เซ็นต์ที่ใช้น้อยมาก และอย่างที่หมอบอก ตัวน้ำผึ้งป่าจะมีส่วนผสมตัวหนึ่งคล้าย AHA จะช่วยลดการระคายเคืองได้

ความถี่ในการทำ
สามารถทำได้ทุกสัปดาห์

Oct 5

สนใจ  เครื่องสแกนลายนิ้วมือ ติดต่อ www.itworksolutions.com

ระบบลงเวลาด้วยลายนิ้วมือบนพีซี ประกอบด้วย เครื่องอ่านลายนิ้วมือขนาดกระทัดรัด และโปรแกรมบริหารข้อมูลเวลา ซึ่งทั้งสองส่วนร่วมกันทำหน้าที่แทนเครื่องตอกบัตรหรือวิธีลงเวลาเข้า – ออกงานแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นแตะบัตรหรือรูดบัตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังขจัดปัญหาที่เกิดกับวิธีลงเวลาแบบเก่า เช่น การลงเวลาแทนกัน การลืมบัตร ได้อย่างสิ้นเชิง

พนักงานเพียงแตะนิ้วมือที่เครื่องอ่านลายนิ้วมือก่อนเข้างานและหลังเลิกงาน ฝ่ายบุคคลหรือผู้บริหารสามารถเรียกดูรายงานสรุปได้หลายรูปแบบ เมื่อใดก็ได้ หรือจะนำข้อมูลไปใช้ร่วมกับระบบบัญชีเงินเดือนที่มีอยู่แล้วก็ได้ ผลก็คือทุกคนในองค์กรจะได้พบกับมิติใหม่ของความสะดวก รวดเร็ว แม่นยำ และความคุ้มค่าต่อการลงทุน

ปลอดภัย
ง่ายและสะดวก
รายงานสรุปและสถิติ
ลดงานฝ่ายบุคคล
ถูกต้องแม่นยำ
รวดเร็ว
ค่าใช้จ่ายต่ำ
ยืดหยุ่น
Aug 18

บิดาเปิดเผยว่าจะฝังศพราชาเพลงป็อป”ไมเคิล แจ๊คสัน”ในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ ซึ่งเป็นวันเกิดครบ 51 ปี ของเขา

(18ส.ค.) โจ แจ็คสัน บิดาวัย 80 ปีของไมเคิล แจ๊คสัน ราชาเพลงป็อปผู้ล่วงลับวัย 50 ปี ให้สัมภาษณ์”เดอะ นิวยอร์ค เดลี่ นิวส์”ที่นครลาสเวกัส รัฐเนวาด้า เมื่อวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่นว่า สมาชิกในครอบครัวบรรลุข้อตกลง ที่จะทำพิธีฝังศพไมเคิลที่สุสาน”ฟอเรส ลอว์น”ในนครลอสแองเจลีสรัฐแคลิฟอร์เนีย ในวันที่ 29 สิงหาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งจะเป็นวันคล้ายวันเกิดครบ 51 ปีของแจ๊คสัน

พิธีฝังศพจะมีขึ้นนานกว่าสองเดือนหลังจากไมเคิลเสียชีวิตกระทัน หันเมื่อ 25 มิถุนายน จากอาการหัวใจหยุดเต้น พิธีฝังศพจะทำเป็นพิธีส่วนบุคคล แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่าจะใครเข้าร่วมงานบ้าง ขณะที่มีรายงานข่าวจากสื่ออื่นๆด้วยว่า อาจมีการฝังเขาภายใต้หลุมฝังศพที่ไม่มีป้ายระบุว่าเป็นผู้ใด เพื่อป้องกันหลุมศพของเขาจากแฟนๆที่อาจสร้างความเสียหายให้กับศพ หรือทำลายบรรยากาศอันสงบเงียบของสุสาน

แจ๊คสันผู้พ่อเปิดเผยด้วยว่า มีแผนการจะเดินทางกลับนครลาสเวกัสในทันทีหลังเสร็จพิธีฝังเพื่อเข้าร่วมงาน หาทุนการกุศลที่สถานที่ตากอากาศอันมีชื่อเสียง”ปาล์มส คาสิโน รีสอร์ท” ที่มีชื่อว่า” ลาสเวกัสเฉลิมฉลองเสียงเพลงของไมเคิล แจ๊คสัน”(Las Vegas Celebrates The Music of Michael Jackson) ซึ่งบรรดาศิลปินในแถบถนนลาสเวกัส สทริปอันมีชื่อเสียงจะพากันร้องเพลงฮิตของไมเคิล

ในเวลาต่อมาของวันเดียวกัน โจ แจ๊คสันจะไปรับดาวคนดัง ( a celebrity star ) เพื่อยกย่องบุตรชายผู้ล่วงลับของเขาจาก”เบรนเดน เธียเตอร์ส” ซึ่งเป็นโรงภาพยนต์โปรดที่แจ๊คสันชอบพาลูกๆไปชมภาพยนต์ด้วย ซึ่งทางโรงภาพยนต์มีแผนจะจะขัดฉายรอบการกุศล ของภาพยนต์ปี 2531เรื่อง”มูนวอล์คเกอร์” (Moonwalker) ซึ่งเป็นสารคดีเกี่ยวกับภาพการแสดงคอนเสิร์ตของไมเติล และมีภาพคลิปวิดีโอเพลงของเขาด้วย โดยจะนำรายได้มอบให้โครงการการศึกษาดนตรีของโรงเรียนรัฐบาลในลาสเวกัสต่อไป

ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯกำลังตรวจสอบว่ายาตามใบสั่งแพทย์เป็นสาเหตุการเสียชีวิต ของเขาหรือไม่ โดยเน้นเฉพาะยาที่สั่งโดยแพทย์ประจำตัวของเขาคือนายแพทย์คอนราด เมอร์เรย์ ผู้อยู่ด้วยตอนที่ไมเคิลเสียชีวิตและมีรายงานว่าเขาได้ยอมรับว่าได้ให้”โพ รโพโฟล”ยานอนหลับที่มีฤทธิ์แรงมากแก่แจ๊คสัน เพื่อช่วยให้เขานอนหลับในคืนก่อนที่เขาจะเสียชีวิต

Aug 18

1. Osnove za rezerve vaših podatkov. Preberi na baze podatkov vam za podrobno razlago.
2. Vse vaše rezervne WordPress datoteke v mapo z vašim WordPress. Ne pozabite si. Htaccess
3. Preverijo varnostne kopije ki ste jo ustvarili, so koristni. To je bistvenega pomena.
4. Vse Plugins zaustaviti sprožilec.
5. Zagotoviti prvih štirih korakov so zaključena. Ne poskušajte ga nadgradite, če ste izpolnili prvih štirih korakih.
6. Nalaganje in razpakiranje paketov iz http://wordpress.org/download/ WordPress.
7. Brisanje starih WordPress datotek na vašem spletnem mestu, vendar ne izbriši
- WP-config.php file;
- WP-vsebino mape vsebin; Posebna Izjema: wp-content/cache in wp-content/plugins/widgets mapo je treba črtati.
- WP-images mapo slike;
- Wp-includes/languages / mapo – če ste z uporabo jezikovnih datotek ne izbrišete, da directory;
-. Htaccess datoteke – če ste dodali meri pravil vas. htaccess, ne izbriše;
- Robots.txt file – svoj blog, če živi v koren vašega spletnega mesta (blog napisal mestu) in tako ustvarite datoteko, ne da izbrisati.
8. Prenesite datoteke iz računalnika na trdi disk z WordPress ustrezno mapo na vašem spletnem mestu.
9. Zaženite WordPress nadgradite program in sledite navodilom na zaslonu.
10. Informacije in Permalinks. Htaccess podatke vaše Permalink Struktura in združila pravila meri, če je potrebno, za vas. Htaccess datoteko.
11. Update in namestite Plugins Teme. Prosimo, preglejte seznam Plugins, ki je delal v različico 2.6.5. Preveri Tema Skladnost s 2.6.5, in zahteva vašo Tema avtorjev za vsako novo različico.
2. Reaktivirajte Plugins
13. Glede na kaj se je spremenilo v WordPress.

Jul 23

คุณชายสมถะแห่งอาณาจักรเฮียฮ้อ

เชษฐ เชษฐโชติศักดิ์ ลูกนายใหญ่ค่าย อาร์.เอส. หนุ่มขี้อายไม่ชอบโชว์ตัว กลัวถ่ายรูป ไม่พร้อมเป็นข่าว เผยรักชีวิตสันโดษ อ่านหนังสือ-เล่นดนตรี

น้อย มากถึงแทบไม่เคยเจอในงานข่าว ที่แหล่งข่าวไม่ยอมให้ถ่ายรูป ด้วยเหตุผลว่าไม่อยากเป็นที่สนใจ ไม่ชอบเอิกเกริก ไม่สบายใจที่จะถูกมุงถูกมองจากสาธารณะ เป็นอันว่าลืมไปได้เลยสำหรับ ‘คลิปวิดีโอ’ ที่ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ เคยเก็บมาฝากผู้อ่านอยู่เป็นประจำ แค่ภาพนิ่งยังไม่ยอมถ่าย ภาพเคลื่อนไหวก็ไม่ต้องพูดถึง

ถ้ารักสันโดษขนาดนี้ ด้วยการเป็นลูกชาย ‘เฮียฮ้อ’ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ บิ๊กบอส บมจ.อาร์เอส ‘เชท’ เชษฐ เชษฐโชติศักดิ์ ก็สามารถเลือกที่จะอยู่เงียบๆ ปฏิเสธการขอนัดสัมภาษณ์จากสื่อใดๆ แต่คงเป็นด้วยอีกสถานภาพของการเป็นศิลปิน สมาชิกวง THE PAPERS เจ้าของอัลบั้มเพลงภาษาอังกฤษล้วน ที่ตัวเขาเองทำหน้าที่ควบคุมการผลิตทุกขั้นตอน ซึ่งทำให้การพูดคุยกับนักข่าวกลายเป็นเรื่องจำเป็นขึ้นมา (บ้าง)

“ชอบทำเพลง ชอบการทำงานในสตูดิโอ แล้วก็อยากให้คนฟังงานของเรา แต่ไม่อยากโชว์ตัว” เชทบอกว่าเขาไม่อยากเป็นจุดเด่น ไม่ชอบถูกถ่ายรูป ไม่ชอบแม้แต่การปรากฏตัวผ่านสื่อ วิธีที่เขาใช้คือการส่งไฟล์ภาพที่เตรียมไว้แล้วให้กับพี่ๆ สื่อมวลชน แต่ไม่วายขัดใจเมื่อรูปถูกนำไปตีพิมพ์แบบใหญ่เต็มหน้ากระดาษ เขาจึงลดไซส์รูปให้สามารถเผยแพร่ในขนาดที่ไม่ใหญ่จนเกินไป ..อะไรจะขนาดนั้น

“ยังดีที่เพลงของ THE PAPERS ไม่ค่อยมีคนสนใจเยอะ ไม่ต้องโชว์ตัวมาก ขึ้นเวทีผมหลับตาร้องเพลง ..ก็เป็นธรรมดา ที่คนฟังจะดีมานด์ว่าใครเป็นคนร้อง แต่ผมอยากรักษาความเป็นตัวเองแบบนี้ ไม่อยากถูกระบบกลืน การพูดคุยแต่ละครั้ง เหมือนเป็นการพบกันครึ่งทางระหว่างตัวเองกับโลกที่อาศัยอยู่” อย่าเพิ่งงง ..เราจะพูดคุยเพื่อสำรวจมุมมองความคิดของทายาทยักษ์ใหญ่ค่ายดนตรี วัย 20 ปีคนนี้ต่อไป

แฟนตัวจริง ‘มูราคามิ’

เพราะออกจะเป็นคนเก็บตัว ไม่ค่อยเที่ยวเตร่เฮฮา แต่รักที่จะทำดนตรีและอยู่กับหนังสือ เมื่อถูกชวนคุยเรื่องการอ่าน ‘เชท’ จึงดูกระตือรือร้นขึ้นมาบ้าง

เขาเป็นแฟนตัวยงของนักเขียนคนดัง Haruki Murakami เล่มล่าสุดที่เพิ่งจบไปคือ The Wind-Up Bird Chronicle ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษที่แปลจากภาษาญี่ปุ่น

“อ่านนิยายของ ‘มูราคามิ’ หลายเรื่อง เป็นนักเขียนที่มีอิทธิพลกับเรา ผมเคยทำหนังสั้นกับเพื่อนตอนอยู่ออสเตรเลีย พอมาอ่านหนังสือบางเล่มของเขา เฮ้ย มันคล้ายกับสิ่งที่เราคิดและทำในหนังสั้นมาก เหมือนจูนคลื่นกันได้”

อีกเล่มที่เพิ่งอ่านจบและประทับใจคือ The Astrology of Fate ของ Liz Greene

“อ่านไม่รู้เรื่อง ยากมาก เครียด ปวดหัว (หัวเราะ) เป็นเรื่องเกี่ยวกับตำแหน่งของดวงดาวที่สัมพันธ์กับชีวิตของเรา และ Fate ก็เป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ อ่านจบแล้วรู้สึก เออ เจ๋ง แต่เดี๋ยวต้องอ่านอีกรอบ (หัวเราะ)”

‘เชท’ บอกว่าเขารักหนังสือแนวนวนิยาย เพราะสนุกกับจินตนาการแฟนตาซี แต่บางทีก็หันไปสนใจไอเดียทางธุรกิจอย่าง The Tipping Point: How Little Things Can Make a Big Difference ของ Malcolm Gladwell หรือ No Logo ของ Naomi Klein

การอ่านช่วยเปิดมุมมองของเขาให้กว้างไกล แต่ ‘เชท’ ยอมรับว่าจุดเริ่มต้นการอ่านของเขาก็เหมือนหลายคน คือเริ่มนับหนึ่งจากหนังสือการ์ตูน

“ตั้งแต่เด็กๆ คุณพ่อพาไปร้านหนังสือ ซื้อให้เยอะมาก เขาสนับสนุนเต็มที่ เพราะคิดว่าเด็กๆ ก็ต้องอ่านการ์ตูน เมื่อโตขึ้นก็จะอ่านหนังสืออื่นๆ เอง ..แต่ทุกวันนี้ผมก็ยังชอบอ่านการ์ตูน (หัวเราะ)”

‘เชท’ มองการ์ตูนเป็นวรรณกรรมประเภทหนึ่ง แต่ถ้าถามถึงจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาก้าวจากโลกการ์ตูนไปสู่ความรู้ใหม่ๆ ในหนังสือเล่มก็คือ Scar Tissue อัตตชีวประวัติของ Anthony Kiedis นักร้องนำวง Red Hot Chili Peppers ซึ่งถือเป็นเล่มแรกที่เขาตั้งใจอ่านจนจบ เพราะสนใจศิลปินรายนี้ และนั่นทำให้เขาค้นพบว่าพ็อกเก็ตบุ้คมีความน่าสนใจให้แง่มุมความคิดที่ลึก ซึ้งชวนหลงไหล

‘เชท’ เรียนจบชั้นประถมจากโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก่อนจะตัดสินใจไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลียด้วยเหตุผลว่าโรงเรียนสวย สิ่งแวดล้อมดี ‘เชท’ บอกว่าที่ออสเตรเลียก็พอๆ กับตอนเรียนเมืองไทย เขามีเพื่อนไม่มาก แต่เลือกคบแบบเน้นคุณภาพ

เขาตัดสินใจกลับมาเรียนมหาวิทยาลัยที่บ้านเกิด เพราะตั้งใจจะทำอัลบั้ม โดยเลือกเรียนในหลักสูตรภาษาอังกฤษ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ตอนนี้อยู่ชั้นปีที่ 2 ‘เชท’ ตั้งใจจะเรียนต่อปริญญาโท แต่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเรียนด้านไหน

‘เชท’ บอกว่าครอบครัวไม่เคี่ยวเข็ญลูกๆ ให้ต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ผู้เป็นพ่อไม่เคยแสดงความคาดหวังว่าลูกๆ ต้องเดินตามทางที่ปูไว้ เขาจึงมีทางเลือกมากมาย และเขาเป็นนักวางแผน ล่าสุด วางแผนในชีวิตจนถึงอายุ 28 ปี

“แต่แผนของผมเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้ตลอด เปลี่ยนอย่างมาก และเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว (หัวเราะ)”

ชีวิตอิสระในครอบครัว ‘เชษฐโชติศักดิ์’ จะมีอะไรดีไปกว่านี้

Jul 5

พลิกชีวิตเพียงข้ามคืนดังในพริบตา สำหรับหนุ่มจากที่ราบสูง สิงโต-สิงหรัตน์ จันทร์ภักดี ที่ตอนนี้ฮอตฮิตโดนใจคนไทยทั้งประเทศไปเต็มๆ แถมมีกลุ่มแฟนคลับถล่มทลาย แต่ก็ไม่วายโดนเปรียบเทียบกับเดอะสตาร์รุ่นพี่อย่าง รุจ-เดอะสตาร์ โดนเปรียบกันเข้าอย่างจัง เจอกระแสข่าวรุมเร้าอย่างนี้ เลยขอถือโอกาสฉกตัวหนุ่มเนื้อหอมคนนี้มาเปิดซิงคุยแบบหมดเปลือกครั้งแรกที่ นี่ที่เดียว

สิงโต

อายุแค่นี้ดังเร็วมากๆ ?
….จริงๆ ต้องขอขอบคุณผู้ใหญ่ที่ให้โอกาส มองเห็นเด็กคนนึงครับ ที่ทำให้มีโอกากาสต่างๆ เข้ามามากมาย รวมถึงการเป็นพรีเซนเตอร์ได้ไปร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาด้วยครับ” กลัวคนอื่นหมั่นไส้มั้ย เพราะดังไวเหลือเกิน ? ”ถามว่ากลัวมั้ย จริงๆ แล้วผมไม่กลัวนะครับ ผมทำงานของผมครับ และทำในสิ่งที่ดีครับ ไม่กลัวคนหมั่นไส้หรอก (ยิ้ม)

ล่าสุด พี่รุจ-เดอะสตาร์ บอกว่ากลัว สิงโต ?
…..พี่ รุจ เหรอครับ จริงๆ กับ พี่รุจ ไม่มีอะไรเป็นพี่น้องกัน คุยกันเข้าใจครับ คุยกันง่ายมากครับเพราะเราคนสไตล์เดียวกัน เป็นคนขอนแก่นเหมือนกันด้วย ไม่มีอะไรหรอกนะครับ ผมคงไม่ไปดับคลื่นลูกเก่าเค้าหรอก เรามาทำงานของเราตามปกติ แล้วต้องเรียนด้วย คือมีโอกาสเข้ามาเราก็ต้องตั้งใจคว้าไว้เท่านั้นเองครับ

คนอาจจะมองว่า เขม่นกับรุจ ?
…..ผม ไม่แข่งกับพี่รุจครับ ผมคงแข่งไม่ได้ ผมยังเด็กอยู่มั้งครับ และพี่รุจเค้าก็เป็นพี่รุจครับ เค้าก็เก่งมาก ผมคงไม่ไปเทียบชั้น เค้าเป็นรุ่นพี่ในเดอะสตาร์เหมือนกัน ผมติดตามดูผลงานของพี่เขาอยู่ด้วย คุณแม่ก็ชื่นชอบเค้าเหมือนกันครับ

วงการบันเทิงมีสิ่งล่อใจเยอะ กลัวหลงใหลบ้างมั้ย ?
…..พยายามทำตัวเองให้ดี ดูว่าถ้าสิ่งไหนเราทำไปแล้วมันดีต่อตัวเองก็ทำไป แต่ถ้าสิ่งไหนทำแล้วมันไม่ดีต่อตัวเอง ก็อย่าไปทำมันเลย

แล้ววันนี้ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะ?
….ถาม ว่าเปลี่ยนมั้ย ก็เปลี่ยนนะครับ พอเข้ามาอยู่ตรงนี้แล้ว เราได้ทำอะไรหลายๆ อย่างมากขึ้น ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน และก็ได้ไปรู้จักพบปะผู้คนมากขึ้น มีสิ่งที่รับผิดชอบมากขึ้น อีกอย่าง คือเรา ต้องเรียนด้วย ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป

ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ในวงการ ?
…..จริงๆ มันต้องค่อยๆ ปรับไปครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องเรียน หรือเรื่องการวางตัวให้เข้ากับวงการบันเทิง ผมว่านะครับทุกอย่างต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด ต้องเรียนรู้อีกเยอะมากๆ ด้วยและผมว่า ผมจะพัฒนาไปอีกครับ

ดังขนาดนี้โรคจิตเข้ามาบ้างมั้ย ?
…..จริงๆ ไม่มีนะครับ ที่พบก็เป็นปกติกันทุกคน เข้ามาแบบเป็นปกติมากกว่า (ยิ้ม)

เป็นขวัญใจชาวสีม่วงไปแล้ว ?
…..รู้สึก ดีใจครับ ที่ได้เป็นขวัญใจพี่ๆ เค้าครับ ผมคิดว่าที่ผมได้มาเป็นเดอะสตาร์ก็อาจจะมีส่วนมาจากพี่ๆ เค้าด้วยเหมือนกันนะ ที่ร่วมโหวตร่วมเชียร์ ต้องขอขอบคุณพี่เค้าด้วยครับ

มีเพศที่ 3 เข้ามาจีบหรือเปล่า ?
……ถามว่ามีมั้ย ก็มีบ้าง แต่ว่าน่าจะเป็นแบบที่พี่เค้ามาพูดเล่นๆ หยอกๆ มากกว่า พี่เค้าเป็นคนชอบสนุกมากกว่า

มีเพศที่ 3 เข้ามาจีบแล้วทำยังไงล่ะ ?
……ทำตัวปกติครับ คุยกับพี่เค้าปกติ

โชว์คอนเสิร์ตบ่อยๆ โดนลวนลามบ้างหรือยัง ?
…..มีบ้างเล็กน้อย อย่างที่บอกครับ ขำๆ ไม่มีอะไรมากหรอกครับ (ยิ้ม) มีมากอดบ้าง มาหอมแก้มบ้างเล็กน้อยครับ

ป้องกันตัวเองยังไง ?
…..จริงๆ แล้วผมป้องกันตัวเองอยู่แล้ว โชคดีที่มีพี่ๆ ทีมงานคอยดูแลให้อีกที แล้วมีผู้จัดการคอยดูด้วย ทำให้ไม่มีเรื่องนี้เท่าไหร่นัก

สเป็คสาวๆ เป็นอย่างไรบ้าง ?
……ผมชอบผู้หญิงตาโตครับ น่ารักๆ หน่อย (ทำสีหน้าเขิน)

นิสัยต้องประมาณไหน ?…..เป็นคนที่ร่าเริง และเอาใจเก่งครับต้องอายุมากกว่ามั้ย ?…..ไม่เกี่ยวครับ (ยิ้ม)

Jun 25

ในหลวงขอบใจก.วิทย์ฯ ถวายสิทธิบัตรยีนควบคุมความหอมของข้าว ตรัสภูมิใจได้กินข้าวไทย คนไทยหนักใจมานานหวั่นจะต้องกินข้าวฝรั่งเพราะสิทธิบัตรฝรั่ง

เมื่อเวลา 17.40 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จออก ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พร้อมด้วยคณะ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายเหรียญสดุดีพระเกียรติคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ซึ่งทรงอุทิศกำลังพระวรกายในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาพันธุ์ข้าว และการผลิตข้าวไทย และกราบบังคมทูลรายงานเกี่ยวกับสิทธิบัตรยีนที่ควบคุมความหอมในข้าว โอกาสนี้ ทรงมีพระราชดำรัสกับคณะผู้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

“ขอบใจที่นำสิทธิบัตรนี้ ซึ่งถือว่าเป็นการประกันว่าการข้าวไทยเป็นของไทยแท้ ซึ่งคนหนักใจว่าเราเป็นข้าวไทยมานานแล้วจะกลายเป็นต้องไปกินข้าวฝรั่ง เพราะว่าสิทธิบัตรนี้เป็นของฝรั่ง แต่ว่ามาอย่างนี้ก็ถือว่าเป็น ว่าเราได้รับประกันว่าเราเป็นข้าวไทย และจะกินข้าวไทยต่อไป ฉะนั้นการที่มีสิทธิบัตรนี้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ และก็หวังว่าจะต้อง ทุกคนจะรักษาความเป็นไทยได้ด้วย รับประทานกินข้าวไทยไม่ต้องกินข้าวฝรั่ง ขอขอบใจทุกคนที่ได้จัดการเกี่ยวข้องกับเรื่องประกันนี้ สำหรับในนามของไทยทั้งหลายที่มีความภูมิใจได้กินข้าวไทย ก็ขอขอบใจทุกคนที่ตั้งใจ การทำงานเพื่อการนี้ ขอให้ท่านได้ช่วยกันทำให้เราสามารถสืบของไทย แล้วก็กินข้าวไทยแท้ไม่ใช่ต้องไปกินข้าวฝรั่ง เชื่อว่าการกินข้าวไทยนี้ทำให้คนไทยมีความภูมิใจในความเป็นไทยได้ ก็ขอขอบใจทุกท่านที่ทำงานเพื่อการนี้ต่อไป และได้เป็นคนไทยต่อไป”

ทั้งนี้ ด้านหน้า ของเหรียญสดุดีพระเกียรติคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นพระสาทิสลักษณ์ในหลวง และรวงข้าว ด้านหลัง เหรียญสดุดี เป็นตัวเลขไทย 80 พรรษา และรวงข้าวโอบ พร้อมคำประกาศพระเกียรติคุณ ประดิษฐ์จากทองคำบริสุทธิ์ร้อยละ 96.5 น้ำหนักรวม 29 บาท ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 9.9 เซนติเมตร

Jun 18

โหดอีก! โจรใต้ขี่ จยย.ปาดหน้ารถครูสาวจ่อยิงหัว กระหน่ำซ้ำอีกเหยื่อตายคาที่ จากนั้นหลบหนีไปได้ ตร.คาดคล้ายมีเรื่องโกรธแค้น ขณะที่โรงเรียนในระแวกปิดการสอนทันที เกรงไม่ปลอดภัย

วันนี้ (16 มิ.ย.) เมื่อเวลา 08.00 น. ขณะที่ พ.ต.ต.กฤษณะพงษ์ แพทย์สิทธิ์ สว.สส.สภ.รามัน จ.ยะลา พร้อมกำลังออกสืบสวนหาข่าวในพื้นที่ ต.กายุบอเกาะรับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบศพหญิงสาวอยู่บนถนนสายกาบู-พอแม็ง หมู่ 1 ต.กายูบอเกาะ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ต่อมาได้พร้อมด้วย พ.ต.อ.นรินทร์ บูสะมัญ ผกก. นายพนิต ยอดพาณิชย์ ปลัดอาวุโสอำเภอรามัน สนธิกำลังรุดไปที่เกิดเหตุอยู่บนถนนในหมู่บ้านห่างจากที่ว่าการอำเเภอรามัน ราว 800 เมตร พบศพ น.ส.เลขา อิสระ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25 ซอยเสนารักษ์ เขตเทศบาลตำบลกายูบอเกาะ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นไม่ ทราบขนาดที่ใบหน้าและศีรษะ กระสุนทะลุหมวกกันน็อกทั้งหมดรวม 4 นัด นอนเสียชีวิตคารถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าดรีมรุ่นคุรุสภาสีขาว หมายเลขทะเบียน ง-6550 ยะลา พบกล่องอาหารกลางวันตกอยู่ใกล้ๆ แต่ไม่พบหลักฐานอย่างอื่น

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ผู้ตายเป็นข้าราชการครู ตำแหน่ง คส.2 ร.ร.บ้านพอแม็ง ตั้งอยู่ที่หมู่ 4 ต.กายูบอเกาะ ก่อนเกิดเหตุได้ขับขี่จักรยานยนต์เดินทางออกจากบ้านพักไปโรงเรียนตามปกติ เพียงลำพัง ขณะเกิดเหตุไม่มีผู้ใดเห็น แต่คาดว่าคนร้ายไม่ต่ำกว่า 2 คนขับขี่จักรยานยนต์ติดตาม ไปห่างๆเมื่อสบโอกาสถึงที่เกิดเหตุได้แซงขึ้นไปใช้อาวุธปืนจ่อยิงศีรษะ และเมื่อล้มลงคนร้ายได้จอดรถจักรยานยนต์ลงไปยิงซ้ำที่ศีรษะและใบหน้าอย่าง เหี้ยมโหดอีก 3 นัด คล้ายมีเรื่องโกรธแค้น จากนั้นคนร้ายขี่จักรยานยนต์หลบ หนีไปทางบ้านพอแม็ง หลังเกิดเหตุ ร.ร.บ้านพอแม็งและละแวกใกล้เคียงหลายโรงได้พากันปิดโรงเรียนงดการเรียนการ สอนไปโดยปริยาย เพื่อรักษาความปลอดภัยสงวนชีวิตครูและนักเรียนที่อาจได้รับอันตราย จากการสร้างสถานการณ์ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะเกิดเหตุอีกเมื่อใด

อย่างไรก็ดี ลักษณะการก่อเหตุของคนร้ายยิงเหยื่อที่ศีรษะคล้ายคลึงกับที่จ่อยิง น.ส.สุวรรณี สาแล๊ะ อายุ 32 ปี และ น.ส.สุนิสา สาแล๊ะ อายุ 25 ปีสองพี่น้องเสียชีวิตบนถนนสาย 4066(โกตาบารู-รามัน)บ้านบือยอง หมู่ 3 ต.กายูบอเกาะ เมื่อตอนเที่ยงวันที่24 ส.ค.2551ที่ผ่านมา ส่วนสาเหตุคาดว่าเป็นการสร้างสถานการณ์

« Previous Entries Next Entries »